เหมยขาบ-น้ำค้างแข็ง เกิดจากอะไร?

177
views

เสือจุ่น :  oknation

ตั้งแต่ปลายปีถึงต้นปีที่ผ่านมานี้ เกิดปรากฏการณ์ “น้ำค้างแข็ง” ขึ้นในหลายพื้นที่ทั้งทางตอนเหนือและทางภาคอีกสานของไทย สร้างความตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ที่ชอบไปสัมผัสอากาศหนาวในเทือกภูดอย คอยตื่นแต่เช้าเฝ้าดูพระอาทิตย์ขึ้น รอลุ้นทะเลหมอก และยิ่งเย็นเยือก ยิ่งพอใจกับการได้เห็นเกล็ดน้ำค้างแข็ง

ทางเหนือเรียกกันว่า “เหมยขาบ”  และมักเกิดบนยอดดอยสูง เช่น อินทนนท์ ดอยเชียงดาว ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก เป็นต้น  แต่ความจริงแล้ว เหมยขาบ ไม่ใช้ น้ำค้างแข็ง  เพราะเหมยขาบจะเกิดขึ้นเมื่ออากาศชื้นใกล้ผิวดินมีอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า ๐ องศาเซลเซียส ไอน้ำในอากาศจะกลายเป็นน้ำแข็งทันทีโดยไม่กลั่นตัวเป็นหยดน้ำก่อน

ส่วนน้ำค้างแข็งเกิดเมื่อไอน้ำในอากาศกลั่นตัวเป็นหยดน้ำค้างแล้ว จึงแข็งตัวเป็นหยดน้ำแข็งในภายหลัง เมื่ออุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ถ้ายังนึกภาพไม่ออกก็ลองหยดน้ำหยดเล็กๆ ไว้ในช่องแช่แข็งในตู้เย็นดูก็ได้ เมื่อหยดน้ำแข็งตัวก็จะมีลักษณะเดียวกันกับน้ำค้างแข็ง

บางครั้ง เมื่อเราไปยืนอยู่ในป่า แล้วมักพบว่า “น้ำค้างลงหนักเหมือนฝนโปรย” แสดงว่าเราอยู่ในพื้นที่ที่มีความชื้นในอากาศสูง อย่างในป่า

เหมยขาบ นั้นเป็นคำที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่ากับคำว่า “แม่คะนิ้ง”  เคยอ่านในหนังสือ “เพื่อความเข้าใจในแผ่นดิน จังหวัดเลย” ของสำนักพิมพ์สารคดีว่า เมืองเลยเป็นต้นคำ ของคำว่า “แม่คะนิ้ง”  เพราะเลยเคยหนาวสุดในสยาม (ว่ากันว่าวัดอุณหภูมิในพื้นที่ราบ ไม่ใช่บนยอดภู) โดยมีอุณหภูมิต่ำสุด -0.3 องศาเซลเซียส ในเดือน มกราคม พ.ศ. 2517

และหมู่บ้านที่เกิดแม่คะนิ้งเกือบทุกปีประมาณต้นเดือนมกราคมในเมืองเลย ก็คือ บ้านหินสอ ต. ปลาบ่า อ. ภูเรือ จ. เลย ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะลเพียง 700 เมตร

ชาวบ้านบอกว่า ในฤดูหนาว คืนใดที่ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศแห้ง ลมสงบ และอุณหภูมิของอากาศบริเวณนั้นลำต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียส น้ำค้างที่ตกอยู่ตามใบไม้ใบหญ้าหรือตามวัตถุต่างๆ จะกลายเป็น “แม่คะนิ้ง”

สาเหตุที่ทำให้บ้านหินสอมีแม่คะนิ้งเกือบทุกปี ก็เพราะหมู่บ้านอยู่ในหุบเขา มีความชื้นกว่าและลมสงบกว่าพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน

ปรากฏการณ์การเกิด แม่คะนิ้งนั้น จะเกิดขึ้นบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็นจัด มีอุณหภูมิถึงจุดเยือกแข็งตั้งแต่ 0 องศาเซลเซียสลงไป และมักจะเกิดในวันทีท้องฟ้าโปร่ง มีเมฆไม่มาก ทำให้รังสีความร้อนแผ่ขึ้นไปจากพื้นดินโดยไม่มีเมฆเป็นเพดานกั้นให้สะท้อนกลับลงมาที่พื้นดินอีกครั้ง สงผลให้บริเวณนั้นอุณหภูมิลดต่ำลงไปอีก  ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือการที่ลมสงบ ทำให้อุณหภูมิเย็นคงที่ ไม่มีอากาศร้อนจากบริเวณใกล้เคียงเข้ามาคลุกเคล้า ทำให้น้ำค้างเปลี่ยนสถานะเป็นเกล็ดน้ำแข็ง

เหมยขาบ แม่คะนิ้ง นั้นต่างจาก “หิมะ” ตรงที่หิมะนั้นเกิดขึ้นในเขตภูมิอากาศอบอุ่น และหนาวเย็นของโลก (ทางเหนือประมาณจีน ญี่ปุ่นขึ้นไป ทางใต้ก็ประมาณ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์)  เกิดเพราะไอน้ำกลั่นตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเมื่อพบความหนาวเย็นในอากาศ แล้วจึงโปรยปรายลงมาจากเบื้องบน

ส่วนเหมยขาบ หรือแม่คะนิ้ง นั้นเป็นไอน้ำบริเวณพื้นดิน หรือหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่ตามใบหญ้า หรือวัตถุต่างๆ เมื่ออุณหภูมิลดลงต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียส (จุดเยือกแข็งของน้ำอยู่ที่ 0 องศาเซลเซียสดังที่เราเคยเรียนรู้กันมาแล้ว) ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนสถานะเป็นเกล็ดน้ำแข็ง

เยือกเย็น เหน็บหนาว และดารดาษขาวโพลนในตามพื้นดิน ยอดไม้ใบหญ้า และละลายหายไปเมื่อแสงกล้าของอาทิตย์ส่อง

ภาพจากมติชน