กองทัพเรือน้อมรำลึก 250 ปี พระเจ้าตากสิน

124
views
- Advertisement -

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงกอบกู้เอกราชชาติไทย นับจาก พ.ศ.2310 ถึง พ.ศ.2560 ได้ 250 ปีพอดี โอกาสนี้ กองทัพเรือได้จัดกิจกรรมหลายอย่างเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ประวัติศาสตร์บันทึกว่าปี พ.ศ.2310 กรุงศรีอยุธยาแตก ถัดมาเพียงราว 7 เดือน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก็ทรงกู้เอกราชได้ เรื่องนี้พลเรือเอกวสินธ์ สาริกะภูติ ให้ความรู้ว่า เส้นทางเดินทัพของพระเจ้าตากนั้น พระองค์ทรงออกจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ.2309 ปลายเดือนเดียวกันเข้าเมืองระยอง และต่อมาก็เข้าเมืองจันท์ได้สำเร็จ

กรุงศรีอยุธยานั้นแตกเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2310 สถานการณ์กรุงศรีอยุธยาก่อนแตก พลเรือเอกวสินธ์เล่าว่า ทัพพม่า 2 กองทัพใหญ่บุกเข้ากรุงศรีอยุธยา 2 ทิศทาง จากทางตะวันตก 1 กองทัพ มีมังมหานรธาเป็นแม่ทัพ คุมกำลังพลประมาณ 35,000 คน อีก 1 กองทัพมาทางเหนือลงมาจากเชียงใหม่ มีเนเมียวสีหบดีเป็นแม่ทัพ กำลังพลประมาณ 45,000 คน ทั้ง 2 กองทัพ เข้าสู่อาณาจักรอยุธยาในปี พ.ศ.2308

ทั้ง 2 กองทัพตีทำลายเมืองต่างๆในเส้นทางเดินทัพผ่าน กวาดต้อนผู้คน ริบทรัพย์จับเป็นเชลยมาอย่างใจเย็น เพราะพระเจ้ามังระกษัตริย์พม่าให้นโยบายแก่แม่ทัพว่า ให้ทำลายอาณาจักรอยุธยาจนหมดสภาพที่จะต่อสู้กับอาณาจักรพุกาม เป้าหมายไม่ต้องการยึดเป็นเมืองขึ้น แต่ต้องทำลายมิให้เป็นอาณาจักรสืบไป

ดังนั้น เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตก จึงมีสภาพเหมือนถูกโจรปล้นเมือง
“ประมาณเดือนธันวาคม พ.ศ. 2309 กองทัพพม่าทั้งสองกองทัพจึงล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ทุกด้าน เจ้าเมืองชั้นในรอบๆกรุงพร้อมกำลังทหารประจำเมือง ถูกเกณฑ์ไปป้องกันกรุง ประชาชนบางส่วนถูกต้อนเข้าไปในกรุงด้วย บางส่วนพร้อมกรมการเมืองกลุ่มหนึ่งคุมกันไปหลบอยู่ตามป่าเขาตามที่เห็นว่าปลอดภัยจากพม่าข้าศึก”

และ “ท้องนาไม่ได้ปลูกข้าวตั้งแต่ปี พ.ศ.2308 ถ้าจะมีปลูกก็คือนาพม่าที่เกณฑ์คนไทยที่ถูกจับเป็นเชลยศึกเป็นผู้ทำให้”

ในที่สุดเวลาอวสานกรุงศรีก็มาถึง ทราบกันดีว่าก่อนกรุงศรีอยุธยาแตก พระเจ้าตากสิน ซึ่งสมัยนั้นยังเป็น “พระยาวชิรปราการ” ได้ตีฝ่าวงล้อมพม่า “ไปตั้งหลักรวมพลในพื้นที่หัวเมืองชายทะเลภาคตะวันออก สร้างกองทัพกู้ชาติ แล้วยกเป็นกองเรือกลับมากู้ชาติ ฟื้นฟูราชอาณาจักร และบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองเหมือนเดิม”

สาเหตุที่เลือกหัวเมืองตะวันออกเพราะ 1.ห่างไกลอิทธิพลพม่า พม่าไม่ยกทัพไปตีก่อนตั้งตัวได้ 2.พอหาคนร่วมขบวนการได้ 3.มีเสบียงอาหารเพียงพอ 4.พระยาตากได้เป็นหัวหน้าคณะ และ 5. ไม่ไกลจากกรุงศรีอยุธยาเกินไป สามารถกลับมากู้เอกราชได้

จันทบุรีไม่ใช่อยู่ๆแล้วเข้าไปตั้งกองทัพได้ เพราะมีเจ้าเมืองปกครองอยู่ และอิทธิพลพม่ายังเข้าไปไม่ถึง ดังนั้น ก่อนจะเข้าไปก็ต้องมีการเจรจาความกันก่อน เมื่อเจรจากันแล้วเจ้าเมืองไม่ยอม จึงต้องตีเมืองเพื่อใช้เป็นฐานในการจัดทัพ

“เมืองจันท์ เมืองที่มีกำแพงเมืองประตูแข็งแรง ต้องตีให้ได้โดยเร็ว พระองค์มีกำลังพลน้อยกว่า แต่จะต้องเป็นฝ่ายเข้าตี ยากขนาดไหนก็ต้องยึดเมืองจันท์เป็นฐานกู้ชาติให้ได้ มิฉะนั้นแผนงานกู้ชาติฟื้นฟูราชอาณาจักรอยุธยาก็จะต้องล้มเหลว”

ดังนั้น “จึงเกิดคำสั่งยุทธการบันลือโลก ชนิดที่ไม่มีแม่ทัพขุนศึกรุ่นหลังๆคนใดกล้าทำตามคือ คำสั่งทุบหม้อข้าวหม้อแกง”

เย็นวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2310 พระเจ้าตากสินได้ออกคำสั่งยุทธการตีเมืองจันท์ สรุปใจความสำคัญว่า เมื่อทหารทุกคนกินอาหารมื้อเย็นอิ่มเรียบร้อยแล้ว ให้เทอาหารที่เหลือทิ้งให้หมด หม้อข้าวและอุปกรณ์หุงหาอาหารให้ทุบทำลายให้หมดสิ้น มื้อต่อไปจะเข้าไปกินในเมืองจันท์ ถ้าตีไม่ได้ก็ให้อดตายทั้งกองทัพ ด้วยกำลังใจที่ฮึกเหิมและพระปรีชาสามารถของพระเจ้าตาก จึงสามารถยึดเมืองจันท์ได้ตามประสงค์

หลังตีเมืองจันท์ได้แล้วก็ต่อเรือรบ ย้อนกลับกรุงศรีอยุธยา ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2310 กองทัพเรือพระเจ้าตากออกจากจันทบุรี เลียบชายฝั่ง หยุดพักตามเส้นทางเพื่อระดมเสบียง ปลุกขวัญและกำลังใจให้ทหารฮึกเหิม แล้วก็เข้าตีประเดิมชัยที่ธนบุรี แล้วเคลื่อนทัพต่อไปยังกรุงศรีอยุธยา

พลเรือเอกประพฤติพร อักษรมัต บอกว่า จุดที่พระเจ้าตากสินชุมนุมพลก่อนเข้าตีกองทัพพม่าที่ค่ายโพธิ์สามต้นนั้นคือ วัดบางเดื่อ วัดนี้ตั้งอยู่ริมคลองบางเดื่อ คลองเชื่อมแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำลพบุรี เหมาะสำหรับการออกรบ รุกหรือถอยมาตั้งหลัก

วัดบางเดื่อ ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนคร-ศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ หรือประมาณ พ.ศ.2300

ครั้นถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2310 กองทัพพระเจ้าตากก็ตีค่ายโพธิ์สามต้น “เพลาสามโมงเศษ พระเจ้าตากสั่งให้เคลื่อนพลตามเกล็ดนาคจากด้านทิศตะวันออก และเข้าตีค่ายโพธิ์สามต้นฟากตะวันออกพร้อมกันทั้ง 3 กอง ทหารพม่าเมื่อได้ยินว่าพระเจ้าตากเป็นแม่ทัพก็ครั่นคร้ามขวัญกระเจิงมิเป็นอันสู้รบ เพลาสายพระยังไม่ทันฉันเพล ค่ายฟากตะวันออกก็แตก พระเจ้าตากไม่รอช้า ตรัสสั่งให้ทำบันไดพาดปีนเข้ากำแพงค่ายใหญ่ฟากตะวันตกในเวลาบ่ายหลวงพิชัยอาสาคุมกองหน้านำพลรบพันหนึ่งนั้นพาดบันไดขึ้นปีนค่าย รบติดพันตั้งแต่บ่ายแก่ๆ จนกระทั่งตะวันชิงพลบ”

ในที่สุด “กองหน้าหลวงพิชัยอาสาก็ปีนเข้าไปในค่ายได้ สุกี้พระนายกองบัญชาการรบอยู่จนตัวตายพร้อมด้วยพลทหารเป็นจำนวนมาก” กองเรือพระเจ้าตากยึดค่ายโพธิ์สามต้นได้เบ็ดเสร็จ ในรุ่งเช้าวันเพ็ญเดือนสิบสอง ตรงกับวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2310

พลเรือเอกวสินธ์กล่าวในราชสดุดีพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในพิธีอัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประดิษฐานภายในหอจดหมายเหตุ ณ วัดบางเดื่อ ความตอนหนึ่งว่า “ชัยชนะที่ป้อมวิไชยประสิทธิ์และค่ายโพธิ์สามต้น ทำให้ชาติพ้นภัยพิบัติ ทั้งสองคราล้วนเกิดจากการรบทางเรือทั้งสิ้น”

แต่ยังไม่เคยปรากฏว่า “มีผู้หนึ่งผู้ใด คณะหนึ่งคณะใด ดำเนินการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ที่สื่อแสดงถึงมหาวีรกรรมที่โดดเด่น ในศึกสงครามของการกอบกู้เอกราชด้วยกำลังรบทางเรือในลักษณะรี้พลขึ้นบก ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ ที่จะปรากฏเป็นอนุสาวรีย์ให้ลูกหลานไทยได้เรียนรู้การศึกษาที่สำคัญให้สมกับที่ทรงเป็นจอมทัพเรือกู้เอกราช โดยแท้จริงต่อไป”

สำหรับงาน “รำลึก 250 ปี” สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ กู้ชาตินั้น พลเรือเอกประพฤติพรบอกว่า มีหลายกิจกรรมทำต่อเนื่องกันมา ตัวอย่างเช่น จัดทำดวงตราไปรษณีย์ที่ระลึก 250 ปี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2310 จำหน่ายมาตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้น

และยังมีโครงการ “รำลึก” ด้วยจะจัดทำโครงการนำกองเรือตามรอย “พระเจ้าตาก” ตั้งแต่จันทบุรีกลับมายังกรุงศรีอยุธยา โดยใช้เส้นทางเดินทัพ ซึ่งจะเริ่มเดินทางตั้งแต่จันทบุรี ผ่าน อ.แกลง จังหวัดระยอง ผ่านพัทยา ชลบุรี เข้าสมุทรปราการ ผ่านกรุงเทพฯ ธนบุรี นนทบุรี และเข้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

“…เสร็จศึกสร้างกรุงธน สืบนุสนธิ์แผ่ไพศาล สามโลกสิ้นแหลกลาญ นามตากสินไป่สินเอย” นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ประพันธ์.

สอบถามรถบรรทุกอีซูซุใหม่คลิ๊ก