2ตายายโร่แจ้งความถูกแก๊งตุ๋นหลอกซื้อที่ดิน-สุดท้ายถูกต้มสูญเงิน2แสนพร้อมสร้อยคอพระเลี่ยมทอง

99
views

มติชนออนไลน์

เมื่อวันที่ 10 มกราคม นายยงยุทธ วงศ์อินทร์ อายุ 73 ปี และนางสำเภา วงศ์อินทร์ อายุ 71 ปี 2 สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 195/1 หมู่ 2 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง เข้าแจ้งความ ร.ต.อ.สายันต์ ปัญจรักษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง เนื่องจากถูกแก๊งต้มตุ๋นชาย 3 หญิง 1 ต้มตุ๋นสูญเงินสดไป 200,000 บาทพร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ เหรียญรัชกาลที่9 เลี่ยมทองอีก 1 เหรียญ

นางสำเภา วงศ์อินทร์ กล่าวว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมามีชายไม่ทราบชื่อโทรศัพท์มาหาโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน และไม่ทราบได้เบอร์โทรมาอย่างไร ว่ามีนายทุนต้องการหาซื้อที่ดินในหมู่บ้าน เพื่อจะสร้างโรงงานเจียรนัยเพชรพลอย ตรงกับช่วงที่คนในหมู่บ้านประกาศขายที่ดินพอดี จึงมีการนัดเวลามาดูที่ดินแปลงดังกล่าว โดยมีชายที่โทรคุยขับรถยนต์กระบะสีขาวมาหาตนที่บ้าน พูดคุยกันบอกว่าจะนัดนายทุนมาดูที่ดินใหม่

รุ่งขึ้นวันที่ 8 มกราคม ชายคนดังกล่าวได้เปลี่ยนรถยนต์กระบะสีขาว เป็นรถยนต์เก๋งสีดำ มากับหญิงสาว มาหาที่บ้าน พานั่งรถให้ไปส่งดูที่ดินแปลงที่จะขาย สักครู่ชายหญิงดังกล่าวทำทีคุยโทรศัพท์คุยกับนายทุนที่จะซื้อที่ดิน ให้ตนได้ยิน และบอกกับตนว่านายทุนบอกว่ามีที่ดินอีกแปลงอยู่ที่ ต.ห้วยยาง อ.แกลง ต้องการแปลงนี้ ทำให้ชายหญิงได้ขับรถพาตนและสามีนั่งไปดูด้วยกัน แปลงดังกล่าวเป็นสวนผลไม้และสวนยางพารา โดยบอกว่าจะให้ค่านายหน้า และเมื่อลงจากรถก็พบชายอีกคนอ้างเป็นเจ้าของที่ดินชื่อเสริฐ ยืนคอยอยู่ และบอกว่าต้องการขายที่ดินไร่ละ 800,000 บาท ถ้าขายได้จะให้ส่วนเกินไร่ละ 100,000 บาท เพราะต้องการใช้เงินนำไปรักษาภรรยาป่วยเป็นโรคมะเร็ง ส่วนชายหญิงเดินมาบอกตนว่าถ้านายทุนมาดูที่ให้บอกว่าราคาไร่ละ 1,100,000 บาท ส่วนเกินแบ่งกัน

ระหว่างนั้นได้มีชายรูปร่างท้วมอายุประมาณ 45 ปี ขับรถยนต์เก๋งเข้ามาจอด ลงจากรถเดินมาดูที่แปลงดังกล่าวแล้วพูดว่าชอบที่แปลงนี้และตกลงซื้อทันที พร้อมเดินกลับไปที่รถหยิบเงินแบงก์ใบละพันปึกใหญ่ ส่งให้ชายหญิง บอกว่าเงินจำนวนนี้ 2 ,000,000 บาท นำไปวางมัดจำที่ดินแปลงนี้ก่อน ช่วยจัดการให้ห้ด้วย แล้วเจอกันวันโอน จากนั้นก็ขึ้นรถขับออกไป ชายหญิงดังกล่าวเดินมาถามนายเสริฐที่อ้างเป็นเจ้าของที่ดินว่าโฉนดอยู่ที่ไหน นายเสริฐ ตอบว่านำไปจำนองที่ร้านทอง เป็นจำนวนเงิน 3,000,000 บาท ชายหญิงคู่นี้ได้หันมาถามตนว่ามีเงินสดบ้างไหม จะได้เอามาช่วยไปไถ่ถอนโฉนดออกมาก่อน วันรุ่งขึ้นนายทุนจะนำเงินสดมาคืนให้ ตนได้บอกไปว่ามีเงินที่บ้านอยู่ไม่กี่หมื่น ชายหญิงคู่นี้พยายามพูดจาหว่านล้อมสงสารเจ้าของที่ต้องการขายที่เพื่อนำเงินไปรักษาภรรยา ตนจึงหลงเชื่อบอกไปว่าเงินอยู่ในธนาคารตัวเมืองระยอง มีสร้อยหนัก 2 บาท พระเลี่ยมทอง 1 องค์และเหรียญรัชกาลที่ 9 เลี่ยมทองอีก 1 เหรียญ

ชายหญิงคู่นี้ได้พาตนกลับไปกลับบ้านเพื่อไปเอาสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาระยอง พร้อมรวบรวมเงินสดที่มีอยู่ทั้งหมด 160,000 บาทรวมทั้งสร้อยคอ พระเลี่ยมทอง นั่งรถไปด้วยกันเพื่อไปเบิกเงินธนาคาร ตนเข้าไปเบิกเงินในธนาคารจำนวน 40,000 บาท ส่งให้ชายหญิงดังกล่าวและบอกว่าไม่พอ ตนจึงส่งเงินที่รวบรวมมาอีก 160,000 บาทรวมเป็นเงิน 200,000 บาทพร้อมสร้อยคอ และพระเลี่ยมทอง ส่งให้ชายหญิงดังกล่าวไป

จากนั้นชายหญิงได้ขับรถไปจอดใกล้ๆร้านทองแห่งหนึ่งในตัวเมืองระยอง โดยบอกให้ตนและสามีลงไปบอกร้านทองว่า ให้รีบทำเรื่องไถ่ถอนโฉนดที่ดินรอไว้ เดี๋ยวนายทุนจะนำเงินสดมาไถ่ถอน แต่ทางร้านแจ้งว่าที่นี่ไม่ได้รับจำนองโฉนดที่ดิน ตนจึงรีบออกจากร้านทองกลับมาที่รถปรากฏว่าชายหญิงดังกล่าวได้ขับหลบหนีไปแล้วตนจึงรู้ตัวว่าถูกต้มแล้วจึงรีบแจ้งตำรวจให้ช่วยติดตามจับกุมชายหญิงดังกล่าวแต่ไม่ทัน เงินในตัวก็ไม่เหลือแล้วจึงได้โทรศัพท์หาญาติให้มารับ พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีแก๊งต้มตุ๋นรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป.