ลุงจรูญ-ครูปรีชา เผชิญหน้าในศาล! ยกมือไหว้แต่ไม่ไกล่เกลี่ย สืบพยานสู้

105
views

ไทยรัฐออนไลน์

ครูปรีชา ยกมือไหว้หมวดจรูญ ขณะมาขึ้นศาลแพ่งที่กาญจนบุรี แต่ต่างฝ่ายไม่ยอมไกล่เกลี่ย มั่นใจเต็มร้อยทั้งคู่ ต้องสู้กันในศาล โจทก์ตั้งประเด็นสืบ 4 ประเด็น จำเลย 2 ประเด็น เริ่มสืบพยานนัดแรกต้นพ.ค.ไม่กังวล แม้กองปราบบอกคดีใกล้อวสาน

วันที่ 12 ก.พ.61 ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี ว่าร.ต.ท.จรูญ วิมูล พร้อมภรรยา ลูกสาว น้องชายและ นายณัฐพล เติมสายทอง ทนายความ เดินทางมาถึงศาลจังหวัดกาญจนบุรี โดยร.ต.ท.จรูญเปิดเผยว่า ตนมีความมั่นใจ หากจะมีการไกล่เกลี่ยก็จะไม่ยอม นอกจากว่า อีกฝ่ายยอมรับผิด ก็อาจพูดคุยกันได้

จากนั้นเวลา 08.55 น. นายปรีชา ใคร่ครวญ พร้อมด้วยนายเกรียงไกร นาควลี ทนายความ ได้เดินทางมาถึง ยืนยันเช่นกันว่ามั่นใจ ไม่กังวลอะไร ก่อนที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะเดินขึ้นศาลไปที่ห้องพิจารณาคดี 5 ชั้น 2 โดยครูปรีชา นั่งด้านหน้าสุดฝั่งซ้าย มีพี่สาว และญาติ มาร่วมรับฟัง ให้กำลังใจด้วย ส่วนหมวดจรูญ นั่งอยู่แถวหลัง ฝั่งขวา พร้อมกับ ภรรยา น้องชาย และลูกๆ ที่มาให้กำลังใจ ทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ได้พูดคุยกัน แต่ดูสบายๆ ไม่เครียด

เวลา 09.45 น. ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์ ช่วงแรกของการไต่สวน ได้สอบถามทนายจากทั้ง 2 ฝ่าย ว่าจะสามารถไกล่เกลี่ยกันได้หรือไม่ แต่ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ปฏิเสธไป จากนั้นศาลใช้เวลาในการสอบถามประเด็นจากทนายทั้ง 2 ฝ่ายไม่นาน สรุปได้ว่า ศาลพิจารณาจากสำนวนแล้วฝ่ายโจทก์ คือนายปรีชา ใคร่ครวญ มีประเด็นสืบ 4 ประเด็น คือ 1. สลากฯ ที่ถูกรางวัลเป็นของโจทก์หรือไม่ 2. โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ก็คือ สลากที่ถูกรางวัลหรือไม่ 3. จำเลยทำละเมิดหรือไม่ คือจำเลยไปนำสลากฯ ของโจทก์มาหรือไม่ และ 4. จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ ซึ่งทนายความฝ่ายโจทก์ได้เตรียมพยาน 15 ปาก พร้อมระบุว่า พยานส่วนหนึ่งอยู่ในสำนวนการสอบสวนของตำรวจแล้ว โดยเริ่มสืบพยานนัดแรกในต้นเดือนพฤษภาคม

ส่วนประเด็นสืบของฝ่ายจำเลยมี 2 ประเด็นคือ 1. โจทก์ ไม่ได้เป็นคนซื้อสลากฯ ที่ถูกรางวัลหรือไม่ 2. จำเลยเป็นผู้ครอบครองสลากฯ โดยสุจริต หรือไม่ โดยมีพยาน 12 ปาก ที่จะให้ศาลสืบพยาน ส่วนหนึ่ง ก็อยู่ในสำนวนเช่นกัน จากนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายได้เดินลงมาด้านล่าง โดยหมวดจรูญเดินลงมาก่อน ตามมาด้วย ครูปรีชา

หลังไต่สวนเสร็จ หมวดจรูญพร้อมทนายเดินทางออกจากศาล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ถามว่า นอกจากพยานบุคคล 12 ปากแล้วจะนำหลักฐานที่คลิปเสียงกับแชตไลน์ มารวมไว้ที่เป็นพยานเอกสารในรอบนี้หรือไม่ 
ทนายความ ตอบว่า อันนี้ขอเก็บไว้ก่อนครับเพราะว่าเป็นการสู้คดีในชั้นศาล ขณะที่ ร.ต.ท.จรูญ กล่าวว่า ผมก็ยังร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม แต่ผมเชื่อว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมกับผมได้ เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรบ้าง ที่กองปราบบอกว่าคดีนี้ใกล้ถึงจุดอวสานแล้ว หมวดจรูญตอบว่า ก็ดีครับดี ความจริงมันจะได้ปรากฏ ชาวบ้านชาวช่องเขาจะได้รู้ว่าใครผิดใครถูก

ผู้สื่อข่าวถามว่า แม่ค้า ถามว่าทำไมกองปราบไม่จำลองเหตุการณ์วันที่คุณลุงไปซื้อลอตเตอรี่บ้าง หมวดจรูญตอบว่า ไม่เป็นไรแล้วแต่เขาจะคิดนะ ส่วนกองปราบจะดำเนินยังไงก็ผมพร้อมเสมอ ขณะที่ทนายความได้กล่าวเสริมว่า ถ้ากองปราบประสานมาทางร.ต.ท.จรูญ ก็พร้อม ตอนนี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกองปราบ เราก็ขอให้ความร่วมมือถ้าจะประสานเข้ามา

ทางด้านครูปรีชา ได้ถูกสื่อมวลชนรุมล้อมสอบถามว่า ฝ่ายลุงจรูญค่อนข้างมั่นใจ ฝั่งครูปรีชามั่นใจแค่ไหนครับ ซึ่งทนายความได้ตอบว่า ความมั่นใจมันมีอยู่แล้วครับ แต่อยู่ที่ดุลพินิจของศาล พยานหลักฐานมันมีทั้งสองฝ่าย แต่ฝ่ายไหนมีพยานหลักฐานมั่นคง

เมื่อถามต่อว่า หลังเสร็จกระบวนการศาล ได้มีการทักทายอะไรกันไหม ได้มีการยิ้มให้กันไหม ครูปรีชา ตอบว่า ทักทายกันครับ ตนก็ยกมือไหว้ เพราะเราเป็นน้องเราก็ยกมือไหว้ ตามมารยาทของคนไทย แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันครับ แค่ยกมือไหว้ท่านก็รับไหว้ 

นักข่าว ถามต่อว่า ยังยืนยันอยู่มั้ยมาถึงจุดนี้แล้วมาถึงชั้นศาลแล้วว่าลอตเตอรี่เป็นของเรา ครูปรีชายิ้มแล้วตอบว่ายังยืนยันและมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ และเชื่อมั่นในสิ่งที่ดีงามครับ

“ที่กังวลผมแค่กังวลเรื่องสื่ออย่างเดียว สื่อเวลาเอาไปลงไม่ค่อยตรงประเด็นครับ ลงประเด็นดีๆ หน่อยนะครับ ลงประเด็นที่เป็นกลาง เวลาอยากติดต่อหรือมาสอบถามครูก็มารอหน้าบ้าน แต่ถ้ายังไม่พบครู ก็รอให้พบก่อนแล้วค่อยลง

”

ต่อข้อถามว่า ทางกองปราบบอกว่า คดีนี้ใกล้ถึงจุดอวสานแล้วกังวลใจอะไรหรือไม่ ครูปรีชา ตอบว่า ไม่กังวลครับและมั่นใจ ดีใจนะครับแล้วครูก็พร้อมทุกเรื่อง เมื่อถามว่า ช่วงนี้ได้เจอกับพี่บ้าบิ่นบ้างมั้ยครับ ครูปรีชาตอบว่า ก็เจอนะครับ ช่วงลอตเตอรี่เขาเหลือ ใกล้ๆ วันหวยออกก็ช่วยซื้อ.