ถอนแล้ว3,000ไร่ รีสอร์ต ‘เจ้าสัว’ ครอบครองผิดกม. ชงเพิ่มโทษล่าสัตว์

78
views

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

ระดมตรวจสอบรีสอร์ตดังพื้นที่ร่วม 10,000 ไร่ของเจ้าสัวแสนล้าน “เปรมชัย กรรณสูต” ครอบครองในนามบริษัท หากพบบุกรุกป่าสงวนต้องดำเนินคดีทันที ที่ผ่านมาเคยถูกอธิบดีกรมที่ดินเพิกถอน น.ส.3 ก. เนื่องจากออกเอกสารโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะเดียวกัน “เปรมชัย” กับพวกถูกตั้งข้อหาเพิ่มอีก 2 กระทงคือทารุณกรรมสัตว์กับดัดแปลงอุปกรณ์เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติฯ สนช.เสนอแก้กฎ หมายเพิ่มโทษนักล่าสัตว์ป่าให้หนักและรุนแรงขึ้น

ยิ่งสาวยิ่งเป็นประเด็นร้อนที่สังคมเฝ้าจับตามอง หลังเจ้าสัวนักธุรกิจแสนล้าน “เปรมชัย กรรณสูต” ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ถูกนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และจับกุมพร้อมของกลางซากเสือดำ เก้งและไก่ฟ้าหลังเทาซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครองกับปืนไรเฟิลและปืนลูกซองพร้อมกระสุนจำนวนมาก ล่าสุด นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกมาแฉว่านายเปรมชัยมีรีสอร์ต ที่ อ.ภูเรือ จ.เลย จำนวนมาก ซึ่งจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบว่าอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์หรือป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่

ต่อมาวันที่ 12 ก.พ. นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าพื้นที่ใน อ.ภูเรือ อยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติแต่ยังไม่ทราบพื้นที่ว่ามีทั้งหมดจำนวนกี่ไร่ ต้องดูขอบเขตการใช้ประโยชน์ทั้งหมดว่าตรงตามเอกสารสิทธิหรือไม่ ซึ่งภายในพื้นที่รังเย็นรีสอร์ตมีการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อใช้สอยภายในรีสอร์ตด้วยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจสอบขอเอกสารสิทธิการครอบครองมาแล้วว่าที่มาของเอกสารสิทธิได้มาโดยมิชอบหรือไม่ ซึ่งกรมป่าไม้ได้ร่วมกับกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานกำลังเข้าตรวจสอบด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ หากพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่า ไม่ว่าจะเป็น ป่าอนุรักษ์หรือป่าสงวนแห่งชาติต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลว่านอกจากพื้นที่นี้แล้ว นายเปรมชัยยังมีบ้านพักในพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่

วันเดียวกัน นายพิมล พูลสง่า เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเลย ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กรณีมีการระบุว่านายเปรมชัย มีบ้านที่ อ.ภูเรือ จ.เลย เป็นภูเขาทั้งลูกและขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในบริเวณป่าไม้ประเภทอนุรักษ์หรือป่าสงวนฯหรือไม่นั้น ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดเลยกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเลยกับฝ่ายปกครองตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว แล้วพบว่า 1.นายเปรมชัยถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินท้องที่ อ.ภูเรือ จ.เลย จำนวน 5 แปลง เป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 2633-2637 ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย โดยซื้อจากนางจิตรลดา วังคีรี นายสลัด วังคีรีและนายอภิชัย เพียรวิไลรักษ์ โดยโฉนดที่ดินออกเมื่อปี 2543 โดยเป็นการออกจากที่ดินไม่มีหลักฐาน (ที่ดินมือเปล่า)

นอกเหนือจากที่ดินดังกล่าวแล้ว ยังมีที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมชื่อ “รังเย็นรีสอร์ต” ตั้งอยู่ ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย และปัจจุบันเป็นของบริษัท ซี.พี.เค. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (เดิมชื่อบริษัท เพชรบุรีเรียลเอสเตล จำกัด) มีชื่อนายชัยยุทธ กรรณสูต บิดาของนายเปรมชัย เป็นประธานกรรมการ สภาพที่ดินเป็นลักษณะภูเขา อยู่ในเขตคาบเกี่ยว 2 อำเภอ คือ อ.ภูเรือ และ อ.ด่านซ้าย (ภูหมี ภูขี้นาค ภูเปือย) มีหลักฐานเป็น น.ส. 3 ก. ทั้งหมด 147 แปลง เลขที่ 1534-1563, 1584-1604, 1650-1680,1682-1695 ต.โพนสูง อ.ด่านซ้าย จ.เลย และ น.ส.3 ก. เลขที่ 800-826, 834-850, 890-896 ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย ปรากฏว่าออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สาเหตุเนื่องจากนำหลักฐาน สค.1 ผิดตำแหน่งมาออก น.ส.3 ก. ปัจจุบันกรมที่ดิน ได้เพิกถอน น.ส.3 ก. ไปทั้งหมดแล้วตามคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ลงวันที่ 27 ต.ค.2546 และวันที่ 27 ต.ค.2546 ประมาณ 3,000 ไร่ อยู่ในระหว่างการเพิกถอน 16 แปลง 3.เมื่อเพิกถอนที่ดินไปแล้วทำให้ที่ดินกลับคืนสภาพเดิมคือเป็นที่ดินไม่มีหลักฐาน จากนิยามคำว่าป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4 กล่าวคือที่ดินที่ไม่มีบุคคลได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดินให้ถือว่าเป็นป่า การเข้าทำประโยชน์จะขออนุญาตป่าไม้หรือไม่

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่รังเย็นรีสอร์ต พบที่หน้าประตูทางเข้ามีคนดูแล 1 คน เมื่อขับรถผ่านเข้าในพื้นที่รีสอร์ตพบมีพื้นที่ใหญ่โตมโหฬารร่วม 10,000 ไร่ มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และบ้านพักรีสอร์ตตั้งตระหง่านอยู่เนินเขาคุ้งน้ำ มีอาคารปูนห้องพักรีสอร์ต 2 อาคารขนาดใหญ่ ห้องพัก 66 ห้อง และสำนักงานอีกร่วม 10 หลัง สอบถามคนดูแลบอกว่าไม่ทราบว่าเป็นของใครและไม่ขอให้รายละเอียดใดๆ

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่านายเปรมชัย กรรณสูต มีรายชื่อเป็น 1 ใน 5 ของคณะกรรมบริษัท ซีพีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จดทะเบียนที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดเลย (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์) เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2525 ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วย 1.นายชัยยุทธ กรรณสูต 2.นางพิไลจิตร เริงพิทยา 3.นางนิจพร จรณะจิตร 4.นายเปรมชัย กรรณสูต และ 5. นางอรเอม เทิดประวัติ ทุนจดทะเบียน 500,000,000.00 บาท (ห้าร้อยล้านบาท) มีสำนักงาน 4 แห่งที่ อ.เมืองสมุทรสาคร อ.ภูเรือ จ.เลย อ.ด่านซ้าย จ.เลย และ อ.เมืองเลย

ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับนายเปรมชัยและพวกนั้น ช่วงสายวันเดียวกันนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชพร้อมคณะลงพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยนายชัยวัฒน์กล่าวว่า คดีนี้ ต้องหาพยานหลักฐานให้มากที่สุดเพื่อให้สำนวนของคดีสมบูรณ์มากที่สุดรวมทั้งการตรวจสอบร้านค้าที่ลักลอบขายสัตว์ป่าด้วย คาดจะใช้เวลาอีก 2-3 วัน ส่วนการตรวจสอบรีสอร์ตของนายเปรมชัยที่ อ.ภูเรือ จ.เลยนั้น ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในวันที่ 13 ก.พ.นี้

บ่ายสองวันเดียวกัน ที่ บก.ภ.จ.กาญจนบุรี พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ รอง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.อ. ชูชาติ โชคสถาพร รอง ผบก.ศพฐ.7 และคณะประชุมติดตามการสอบสวนสืบคดีนายเปรมชัย โดย พล.ต.ต.กฤษณะสั่งกำชับให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อให้เกิดความรอบคอบรัดกุม

หลังการประชุม พล.ต.ต.กฤษณะกล่าวว่า ขณะนี้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯได้แจ้งข้อหานายเปรมชัยกับพวกเพิ่มอีก 2 ข้อหา คือ 1.ทารุณกรรมสัตว์ 2.ดัดแปลงอุปกรณ์เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข่าวว่านายเปรมชัยหนีออกนอกประเทศไปแล้วตามช่องทางธรรมชาติ พล.ต.ต.กฤษณะตอบว่าไม่มีข้อมูลว่าออกนอกประเทศจริงหรือไม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมเจ้าหน้าที่ พฐ.และพนักงานสอบสวนได้นัดหมายกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรลงพื้นที่ที่เกิดเหตุเพื่อจำลองเหตุการณ์อีกครั้ง

ที่ บก.ปทส. พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. เปิดเผยว่า บก.ปทส. ร่วมสอบสวนกับตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินการสอบปากคำพยานไปหลายปากรวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดต้องให้เวลาตำรวจทำงานก่อน การที่นายเปรมชัยและพวกเข้าไปในพื้นที่มาจากการที่นายนพดล พฤกษะวัน ประสานกับ น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ากรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก่อนประสานไปยังนายวิเชียร ซึ่งนายวิเชียรได้ทำหนังสือไปยังกรมอุทยานแต่ยังไม่มีการลงนาม ซึ่งข้อเท็จจริงในส่วนนี้ต้องสอบปากคำอย่างละเอียด รวมทั้งจะต้องเชิญตัวนายนพดลมาสอบปากคำในฐานะพยานด้วย

พล.ต.ต.ปัญญากล่าวต่อว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกนายนพดลมาสอบปากคำในฐานะพยานแล้ว เนื่องจากถูกพาดพิงว่าเป็นคนประสานไปยัง น.ส.กาญจนา เพื่อให้นายเปรมชัยและพวกเข้าไปในพื้นที่ ได้ส่งหมายเรียกไปทางทะเบียนราษฎร์ตามภูมิลำเนา รวมทั้งประสานไปยังกรมอุทยานอีกทางหนึ่ง เพราะเป็นอดีตข้าราชการระดับสูง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อนายนพดลได้ ส่วนตัวเชื่อว่านายนพดลจะเดินทางเข้าให้ปากคำตามหมายเรียกในวันที่ 15 ก.พ.นี้ จากการเรียกเจ้าหน้าที่อุทยานมาสอบปากคำ ทุกคนให้การเป็นประโยชน์ สิ่งที่ยืนยันได้คือนายเปรมชัยและพวกอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างแน่นอน แต่ต้องสอบว่าได้รับอนุญาตเข้าไปได้อย่างไร

ด้าน พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยว่า กรณีนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกแจ้งความดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต และพวก ข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงานนั้น ไม่ใช่อำนาจหน้าที่โดยตรงของ บก.ปปป. แต่จำเป็นต้องขอคำสั่งอนุมัติให้ทำคดีจาก พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ดังนั้น บก.ปปป.ได้ทำหนังสือขออนุมัติสอบสวนคดีดังกล่าวเสนอ บช.ก.แล้ว คาดว่าจะทราบผลการอนุมัติภายในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับการอนุมัติให้สอบสวน ขั้นตอนแรกพนักงานสอบสวนต้องเรียกตัวนายวิเชียรให้เข้ามาสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมตรวจสอบหลักฐานก่อนดำเนินการขั้นต่อไป

ที่รัฐสภา พล.ท.ชัยยุทธ พร้อมสุข ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงถึงการจับกุม นายเปรมชัยกับพวก ว่า ขอชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการครั้งนี้ เพราะการคุกคามสัตว์ป่า ที่กำลังสูญพันธุ์เป็นการกระทำที่โหดร้าย ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจในกฎหมายที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งนี้ ในการประชุม กมธ. วันที่ 15 ก.พ.นี้ จะเชิญ น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก มาให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาในการเสนอขอแก้ พ.ร.บ.สงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 พร้อมให้กำลังใจในการทำงานด้วย ส่วนการตรวจสอบเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพยานหลักฐาน

ขณะที่นายสนิท อักษรแก้ว กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กฎหมายที่บังคับใช้ในปัจจุบันมีบทลงโทษน้อยเกินไป ล่าสุดพยายามติดตามการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ส่วนตัวเห็นว่าควรแก้ไขบทลงโทษกับผู้ล่าสัตว์ป่าสงวนให้หนักและรุนแรง อาจเพิ่มจำคุกถึง 10-20 ปี ซึ่งต้อง พิจารณาอีกครั้งเพื่อความเหมาะสม ส่วนการเข้าไปพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้น ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่ขอมาก็ให้เข้าไป วัฒนธรรมเช่นนี้ควรเลิกได้แล้ว

ส่วนนายธนพล สาระนาค ประธานชมรมอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กถึงนายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ ที่เป็นผู้ประสานให้นายเปรมชัยกับพวกเข้าไปในป่า ทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก และถูกตำรวจออกหมายเรียกมาให้ปากคำแต่ยังไม่โผล่ ซึ่งนายธนพล โพสต์ถึงนายนพดลว่า อย่าทำเป็นหายตัวจนเป็นบุคคลลึกลับ ไม่ยอมรับโทรศัพท์และปรากฏตัวชี้แจงข้อเท็จจริง สังคมต้องการทราบข้อเท็จจริง

ภายหลังนายนพดลได้ตอบผ่านทางไลน์กับนายธนพลว่า ขออนุญาตไม่ปรากฏตัวเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด จากนั้นนายนพดลได้ส่งยูทูบเพลง “คนล้มอย่าข้าม” ทิ้งท้ายมา ซึ่งนายธนพลเปิดเผยว่า เมื่อได้รับคำตอบจากนายนพดลเช่นนี้รู้สึกโกรธเพราะเราหวังดี การประสานงานเป็นเรื่องที่ในโลกนี้ ใครก็ทำได้ ไม่ได้ผิดอะไร ส่วนการไปออกนอกกรอบ ของผู้กระทำความผิด ต้องว่ากันไปตามคดี แต่การไม่ปรากฏตัวและชี้แจงความจริงให้สังคมรับทราบ มันส่งผลกระทบไปกับผู้ที่คนที่ได้รับการประสาน