‘แท็กซี่ชมพู’ชนท้ายเก๋งกระแทกราวสะพาน เพลิงลุกท่วมรถย่างสด2ศพ

105
views
- Advertisement -

มติชนออนไลน์

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 1 มีนาคม ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนราวสะพานมีไฟลุกไหม้ และมีผู้ติดอยู่ภายใน เหตุเกิดบนถนนพุทธสาคร ขาเข้ากระทุ่มแบน ฝั่งตรงข้ามกับหน้าร้านอาหารเดอะ ไนท์ รีสอร์ท หมู่ 12 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงแจ้งให้ ร.ต.อ.วรวุฒิ เปี่ยมสมุทร รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน เข้าตรวจสอบพร้อมด้วย นพ.ณัฐวุฒิ แตงร่ม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) กระทุ่มแบน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และได้ประสานรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสวนหลวง โดยพบรถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในสภาพพุ่งชนเสยติดเข้าไปกับราวสะพาน และมีเพลิงลุกไหม้ท่วมทั้งคัน จึงฉีดน้ำดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 15 นาที เพลิงจึงสงบ แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตคนขับรถและผู้ที่นั่งข้างออกมาได้ จากการตรวจสอบเป็นผู้ชาย 2 คน ร่างกายถูกเพลิงไหม้เกรียม ส่วนรถคันที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กจ 8012 อุดรธานี ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ไม่ติดก๊าซ ถูกเพลิงไหม้จนเหลือแต่โครง อะไหล่กับเครื่องยนต์กระเด็นตกอยู่เกลื่อนริมถนนและในคลอง

จากการสอบถามนายทรงชัย เกิดน้อย เจ้าของร้านมายด์เมย์ มะพร้าวอ่อน ซึ่งเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่กำลังทำความสะอาดกวาดพื้นอยู่หน้าร้าน ก็เห็นรถคันที่เกิดเหตุขับมาในช่องทางขวาสุดด้วยความเร็วปกติ จังหวะนั้นก็มีรถแท็กซี่สีชมพูขับตามหลังมาในช่องทางเดียวกันด้วยความเร็วสูงแล้วเบรกกะทันหัน จึงพุ่งไปชนท้ายรถยนต์เก๋ง ทำให้รถยนต์เก๋งเสียหลักพุ่งไปชนกับราวสะพาน ซึ่งตอนแรกก็ยังไม่เกิดไฟไหม้ แต่เนื่องจากมีน้ำมันรั่วไหลออกมา ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ท่วมทั้งคัน ส่วนรถแท็กซี่ก็ได้หักหลบออกไปในช่องทางด้านซ้าย แล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ขณะที่นายตุ้ย (ขอสงวนนาม) เจ้าของคลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุไฟไหม้ เล่าถึงวินาทีระทึกให้ฟังว่า ได้จอดรถอยู่ข้างทางใกล้กับที่เกิดเหตุ เพื่อที่จะไปขายของที่ตลาดนัด ช่วงเวลาดังกล่าวก็ได้ยินเสียงรถยนต์ชนกัน เมื่อหันไปดูก็เห็นรถยนต์คันดังกล่าวพุ่งชนเสยเข้าไปติดอยู่กับราวสะพานแล้ว ซึ่งก็มีพลเมืองดีหลายคนได้วิ่งเข้าไปจะช่วยนำผู้บาดเจ็บทั้งสองคนออกมา แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถช่วยได้ ก็มีเพลิงลุกไหม้ท่วมรถขึ้นเสียก่อน ทุกคนจึงต้องรีบหนีออกมา โดยตนนั้นได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพไว้ตั้งแต่เกิดเหตุ จนเพลิงไหม้ลุกท่วมทั้งคัน

“ก็นับเป็นเหตุการณ์แรกที่เห็นคาตา จึงรู้สึกตื่นเต้นและกลัวมาก โดยทั้งนี้ก็อยากจะฝากเตือนไปถึงผู้ขับขี่ทุกคน ว่าให้ใช้ความระมัดระวังในการขับยานพาหนะเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงจังหวะที่ลงมาจากสะพานอย่าใช้ความเร็วสูง เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ได้” นายตุ้ยกล่าว

ทางด้านนายกฤษฎา พิณทิพย์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 ถนนพระทรง ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี คนขับรถสิบล้อที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียชีวิตก่อนที่จะเกิดเพลิงลุกไหม้ กล่าวว่า ได้ขับรถผ่านมาพอดี ก็เห็นว่ามีรถยนต์พุ่งชนเสยเข้ากับราวสะพาน จึงได้รีบจอดรถแล้วลงไปช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในทั้งสองคน โดยมีพลเมืองดีคนอื่นๆ เข้ามาช่วยด้วย ซึ่งตอนนั้นแม้สภาพที่เห็นคาดว่าคนขับจะเสียชีวิตแล้ว ส่วนคนนั่งข้างก็อยู่ในอาการสาหัส แต่ทุกคนก็พยายามจะช่วยกันนำทั้งสองคนออกมา เผื่อจะช่วยชีวิตได้ แต่เนื่องจาก ท่อนล่างของทั้งสองคนนั้นถูกอัดติดอยู่กับรถ จึงไม่สามารถนำออกมาได้โดยง่าย จึงได้รีบแจ้งไปยังศูนย์ 191 และ จส.100 แต่ในจังหวะที่กำลังพยายามนำร่างออกมานั้น ก็ปรากฏว่ามีเพลิงลุกไหม้ขึ้น ทำให้คลอกร่างคนขับและคนนั่งข้าง ซึ่งทุกคนก็เสียใจที่ไม่สามารถช่วยออกมาได้

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตยังโรงพยาบาล (รพ.) ศิริราช เพื่อพิสูจน์ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร อีกทั้งยังจะได้มีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณแยกไฟแดง ที่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไปประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อหารถแท็กซี่สีชมพูคันก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เครดิตภาพ:
คลิปวีดีโอเพลิงไหม้ จากคุณตุ้ย
ภาพนิ่ง คุณกฤษฎา พิณทิพย์

ต้องการลงประกาศขายที่ดินคลิ๊ก