ผู้การสุทธิ เซ่นพิษหวย 30 ล้าน เพราะวุฒิภาวะต่ำ ผิด ม.157

97
views
- Advertisement -

ไทยรัฐออนไลน์

“จักรทิพย์” นำทีมตั้งโต๊ะแถลงอีกครั้ง คดีหวย 30 ล้าน ให้สังคมสบายใจ ลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู ส่วน “สุทธิ” ไม่รอด โดน ม.157 “ฐิติราช” ยันไม่ทุจริต แต่ซัดทำงานด้วยวุฒิภาวะต่ำ…

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. มีความคืบหน้าคดีหวยอลเวง 30 ล้าน โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งต้องติดตามความชัดเจนในการดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ม.157 รวมถึงการออกหมายจับบุคคลเพิ่มที่เป็นพยานฝ่ายนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ซึ่งมีความเชื่อมโยงในคดีดังกล่าว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุว่า ให้คณะทำงานตอบความคืบหน้าในคดีดังกล่าว รวมถึงในประเด็นตำรวจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบอกแต่แรกหากเกี่ยวจะต้องลงโทษดำเนินการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่มีการมวยล้มต้มคนดู

ด้าน พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กล่าวการดำเนิคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า กรณีพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ มีการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีการร้องเรียนให้ดำเนินการคดีกับพล.ต.ต.สุทธิ มีการเปลี่ยนแปลงคำให้การ โดยขณะนี้มีพยานยังไม่ชัดเจน มีเพียงพยานเพียง 2 ปาก เป็นพนักงานสอบสวนทั้ง 2 คน ได้กันเป็นพยานตามประกาศของพนักงาน ป.ป.ช.เป็นหลัก ซึ่งเป็นสาระสำคัญพบว่า พล.ต.ต.สุทธิ มีการสอบสวนโดยมิชอบ จึงเจอมาตรา 157

ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าว่า เรื่องนี้ไม่ซับซ้อน ทั้งร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ และครูปรีชา โดยก่อนหน้าที่ผ่านมาหมวดจรูญ ให้การอะไรไม่ได้เลย โดยครูปรีชา ให้การน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อมีการอ้างกรรมสิทธิ์จึงใช้วิธีการสอบสวน กระทั่งพบว่าการอ้างเป็นเจ้าของสลากฯเป็นเท็จ โดยมี 3 คนที่เกี่ยวข้องในที่เกิดเหตุเท่านั้น ตั้งแต่ผู้ขาย ผู้ซื้อ ซึ่งจะพิจารณาต่อไป โดยที่ผ่านมาศาลออกหมายจับ 2 คน

ส่วนเรื่องอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ยืนยันไม่ได้ทุจริต แต่อาจทำงานด้วยวุฒิภาวะต่ำ ซึ่งไม่อยากตำหนิใคร และในที่สุดทนายออกมาเคลื่อนไหวออกมาตำหนิการทำงานของตำรวจ อาจทำให้ในที่สุดผู้การสุทธิอาจต้องกอดคอกับครูปรีชา ซึ่งเริ่มต้นไม่ได้ทุจริตเลย แต่หลังจากนั้นได้เปลี่ยนแปลงคำให้การ เพราะเริ่มต้นจากความเชื่อ โดยต้องการให้สำนวนพ้นตัวตำรวจโดยไม่คำนึงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นข้อบกพร่อง

พร้อมย้ำเรื่องนี้เป็นคดี ไม่ใช่เรื่องความเชื่อ โดยการแถลงเพื่อให้สังคมหายสับสน ทั้งนี้ไม่อยากให้ใครติดคุก ทั้งครูปรีชา และแม่ค้าที่ต้องทำมาหากิน สำหรับเรื่องนี้เหมือนโดนสะกดจิตหมู่ทั้งหมดในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม จะไม่ลงในรายละเอียด เพื่อไม่ให้ก้าวล่วงศาล ส่วนเรื่องผู้การสุทธิถ้าไม่ใช่ครูปรีชาและไม่ใช่หมวดจรูญ ผู้การสุทธิคงไม่เรียกมาคุย เพราะเห็นเป็นตำรวจด้วยกันน่าจะคุยกันง่าย

ทั้งนี้ การออกมาแถลงข่าวเพื่อให้เกิดความมั่นใจทุกฝ่าย ให้สังคมสบายใจ โดยตำรวจยืนยันทำตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่กำหนด โดยคำนึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง

ด้าน พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผบก.วน. กล่าวว่ากรณีผู้การสุทธิ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาและดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา ในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ให้ออกจากราชการหรือไม่ ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาต้องพิจารณา

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวเสริมว่า เรื่องนี้เริ่มต้นจากติดกระดุมผิด ส่วนทิศทางจะไปทางใดอยู่ที่ ปปป.และป.ป.ช. ในเรื่องปลดออกหรือไล่ออก ยืนยันไม่มีมวยล้มอย่างที่พูดออกมา อย่างไรก็ตามฝากถึงตำรวจทุกคนว่าหน้าที่ตัวเองทำอะไร.

ต้องการลงประกาศขายที่ดินคลิ๊ก