เตรียมงาน ทำเมรุลอย ส่งวิญญาณ ร่าง ‘พ่อคูณ’

88
views

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

ม.ขอนแก่นเตรียมจัดงานพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ ม.ค.ปี 62 ยืนยันทำตามคำสั่งเสีย ในพินัยกรรม เน้นพิธีกรรมโบราณ จัดทำเมรุลอย โดยได้ร่างทรง เจ้าพ่อเสือมาชี้จุดตั้งเมรุลอย ณ พุทธมณฑลอีสาน ขอนแก่น แทนวัดหนองแวงตามคำสั่งเสีย เหตุสถานที่วัดรองรับคนไม่ได้มาก ส่วนเมรุลอยได้ข้อสรุปทำเป็นนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก สูงเทียบเท่าตึกสูง 5 ชั้น เน้นสีขาว สื่อถึงความเรียบง่าย สมเกียรติและความบริสุทธิ์ รวมถึงมีขบวนแห่นางสีดาแต่งชุดนักรบโบราณถือธนูมาประกอบพิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์ตามตำนาน มีขบวนแห่แคน การร่ายรำ และตามด้วยขบวนแห่เครื่องคาย เสมือนเป็นการส่งดวงวิญญาณหลวงพ่อคูณสู่สรวงสวรรค์

หลังจากพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ จนได้รับฉายา “เทพเจ้าแห่งที่ราบสูง” ได้มรณภาพ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2558 รวมสิริอายุ 91 ปี พรรษา 71 และได้ทำพินัยกรรมมอบสรีระสังขารให้แก่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่ ให้ นศ.แพทย์ ได้ศึกษาค้นคว้าจวบจนปัจจุบันและในสิ้นเดือนมิถุนายน 2561 นี้ จะครบกำหนดที่หลวงพ่อคูณ ได้มอบสรีระสังขาร และหลังจากนี้จะมีพิธีบำเพ็ญ กุศลและพระราชทานเพลิงพร้อมกับครูใหญ่ท่านอื่นๆ ในวันที่ 29 ม.ค.2562

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ถึงความคืบหน้าการจัดงานพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ ว่า ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นเริ่มดำเนินการ โดยเน้นทำตามพิธีกรรมโบราณและเป็นไปตามพินัยกรรม ซึ่งจากการเปิดเผยของ รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เกี่ยวกับพิธีกรรมโบราณว่า ตามความเชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ไทยส่วนใหญ่ เมื่อมีพระเกจิที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่เคารพนับถือกราบไหว้ของประชาชนทั่วไปมรณภาพแล้ว มักทำพิธีฌาปนกิจโดยการสร้างนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก อันเป็นการนำมาสู่การออกแบบเมรุลอย ในงานพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก และก่อนพระราชทานเพลิงจะมีขบวนนางสีดา มาประกอบพิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์ตามตำนาน และเผานกไปพร้อมกับสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ เพื่อให้ถูกต้องตามพิธีกรรมโบราณของกลุ่มชาติพันธุ์ไทย พร้อมกันนี้ยังมีการออกตามหานางสีดา ผู้ฆ่านกหัสดีลิงค์ตามตำนาน จนพบว่ามีผู้สืบเชื้อสายนางสีดาอาศัยอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี

รศ.ดร.นิยมกล่าวอีกว่า ในขบวนโบราณจะต้องมีนางสีดา แต่งชุดนักรบโบราณและถือธนู เพราะอาวุธของนางสีดาคือแผลงศรธนูยิงนกหัสดีลิงค์ตาย แล้วก็มีขบวนแห่แคน มีการร่ายรำ และตามด้วยขบวนแห่เครื่องคาย ส่งหลวงพ่อสู่สวรรค์ จะมีคนประมาณ 400-500 คน และทุกคนจะแต่งกายสีขาวหมด ทุกอย่างจะเป็นสีขาวหมด

นอกจากนี้ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น ยังอธิบายถึงลักษณะนกหัสดีลิงค์ ที่จะจัดสร้างเพื่อรองรับบุษบกบรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณนั้น จะแตกต่างจากงานทั่วไป เพราะจะทำด้วยกระดาษโทนสีขาว เพื่อสื่อถึงความเรียบง่าย สมเกียรติ และยังสื่อถึงความบริสุทธิ์ เสมือนเป็นการส่งดวงวิญญาณสู่สรวงสวรรค์ ยกเว้นส่วนบนยอดฉัตรนกหัสดีลิงค์จะเป็นสีทอง พร้อมสร้างกลไกให้นกสามารถเคลื่อนไหวส่วนต่างๆได้ ส่วนฐานบุษบกจะสร้างเป็นรูป 8 เหลี่ยม กว้าง 16 เมตร สูง 3 ชั้น เมื่อรวมความสูงถึงยอด จะสูง 22 เมตร 60 เซนติเมตร หรือเทียบเท่าตึกสูง 5 ชั้น บริเวณราวบันได 4 ด้าน ในแต่ละชั้น จะประดับตกแต่งด้วยงานปั้นพญานาคหนึ่งเศียร พร้อมประดับตกแต่งด้วยสัตว์หิมพานต์สีขาว ทั้ง 4ทิศ เพื่อให้บรรยากาศเหมือนอยู่บนเขาพระสุเมรุ โดยเมรุลอยนกหัสดีลิงค์โทนสีขาวนี้ จะจัดสร้างขึ้นภายในพื้นที่พุทธมณฑลอีสาน ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

รศ.ดร.นิยมยังกล่าวถึงการกำหนดจุดสร้างเมรุลอยในครั้งนี้ว่า ต้องมีร่างทรงเจ้าพ่อเสือ ซึ่งเป็นร่างทรงที่ชาวโคราช ศิษยานุศิษย์ส่วนใหญ่ให้ความเคารพนับถือ และท่านก็ให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อด้วย ท่านก็มาชี้จุด ซึ่งส่วนตัวมองว่าดี ทำให้ศิษยานุศิษย์สบายใจ และมหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ดำเนินการจัดพิธีตามพินัยกรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากว่า 2 ปี ที่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ได้จัดเตรียมงาน ซึ่งหนึ่งในผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณยืนยันว่า การจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและพระราชทานเพลิงเป็นไปตามพินัยกรรม

ทั้งนี้ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ในพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ ระบุว่า ไม่ให้ขอพระราชทานเพลิงเป็นกรณีพิเศษ แต่เนื่องจากครูใหญ่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เราได้ขอพระราชทานเพลิง มาเป็นเวลา 20 กว่าปีแล้ว ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งจะมีครูใหญ่ประมาณ 450-500 ร่าง หลวงพ่อคูณก็เป็นหนึ่งในนั้น

“หลังจากที่เราทำพิธีเสร็จแล้ว ครูใหญ่แต่ละร่างก็จะนำไปเผาจริงตามเมรุวัดต่างๆ กว่า 20 วัด รอบจังหวัดขอนแก่น แต่ในส่วนของหลวงพ่อคูณ ในพินัยกรรมระบุไว้ว่าให้นำไปเผาจริงที่เมรุสถานของวัดหนองแวง พระอารามหลวง หรือวัดอื่นใด ตามที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เห็นสมควร เราได้พิจารณาร่วมกันกับท่านเจ้าอาวาสวัดหนองแวงว่า พื้นที่ของวัดหนองแวง น่าจะสามารถรองรับประชาชนได้เพียงหลักพันคน อย่างมากก็หลักหมื่นต้นๆ ไม่น่าจะสามารถรองรับประชาชนเรือนแสนได้ เพราะเราคาดว่าหลวงพ่อคูณ เป็นที่เคารพศรัทธาของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศและในโอกาสสุดท้าย น่าจะมีพี่น้องประชาชนจะมารำลึกคุณของหลวงพ่อคูณเป็นจำนวนมาก จึงมีความเห็นร่วมกันว่าจะสร้างเมรุลอย ในพื้นที่พุทธมณฑลอีสาน ซึ่งทางหลวงพ่อก็เห็นชอบ เพราะมองว่าพื้นที่นั้นมีความสวยงามและประโยชน์การใช้สอย ที่สามารถรองรับคนได้ หลังจากฌาปนกิจเสร็จ จะสร้างเป็นอนุสรณ์สถาน…ได้เชิญลูกศิษย์ของหลวงพ่อที่โคราช มาปรึกษาหารือกันตลอด และทางลูกศิษย์ก็เห็นชอบ เท่าที่ประสานงานกันมา ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะทุกอย่างเดินไปตามพินัยกรรม” รศ.นพ.ชาญชัยกล่าว

ทั้งนี้ พิธีพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ จะมีขึ้นในวันที่ 29 มกราคม 2562 และในวันรุ่งขึ้นคณะแพทยศาสตร์และศิษยานุศิษย์ จะนำอัฐิ ไปลอยอังคารลงสู่แม่น้ำโขง ที่จังหวัดหนองคาย ตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ซึ่งคาดว่าจะมีการแถลงข่าววันฌาปนกิจหลวงพ่อคูณ ในวันที่ 20 มี.ค.นี้ ขณะที่สถานที่ก่อสร้างเมรุลอยนั้น กำลังเตรียมก่อสร้างสถานที่ ถมดินในหนองน้ำ รวมถึงจะเปิดรับอาสาสมัครช่วยงานช่างฝีมือในการก่อสร้างเมรุลอยด้วย