นายกฯ ให้รมต.ท่องจําคนละบท หนังสือ ‘จินดามณี’ วธ.ชงใส่ ‘ชุดไทย’ ทํางาน

87
views

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

7-8 เม.ย.พาทัวร์ ‘วังละโว้’

ละคร “บุพเพสันนิวาส” แรงจริง เลขาฯสภาพัฒน์ เผยแม้แต่ “นายกฯ” ยังสั่งในการประชุม ครม.ให้รัฐมนตรีท่อง “จินดามณี” มาคนละบท หลังกรมศิลปากรสั่งพิมพ์ใหม่ทั้งฉบับปกแข็ง-ปกอ่อน พร้อมจำหน่าย ขณะเดียวกัน ผลพวงจากความแรงของละครช่วยทำให้เม็ดเงินสะพัดดันจีดีพีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพุ่ง คนแห่เที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์ฯล้นทะลัก จนต้องขยายเวลาเข้าชม ด้าน รมว.วัฒนธรรม รับลูกส่งหนังสือเวียนให้ ข้าราชการในสังกัดแต่งไทยสัปดาห์ละ 1 วัน และจะมีการจัดกิจกรรมต่อยอดตามรอยละครฮิตอีกรอบ พาไป “พระนารายณ์ราชนิเวศน์” จ.ลพบุรี วันที่ 7-8 เม.ย.นี้

ความโด่งดังของละครอิงประวัติศาสตร์ “บุพเพสันนิวาส” ท่าจะฉุดไม่อยู่ เมื่อภาครัฐลงมาเล่นกับกระแสความดังของละครด้วย โดยเมื่อวันที่ 26 มี.ค.นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า กระแสความนิยมในละครบุพเพสันนิวาส ช่วยให้เกิดเม็ดเงินสะพัด โดยเฉพาะการสั่งตัดชุดไทยและการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขยายตัวมากขึ้นแน่นอน แต่ตัวเลขการขยายตัวจะอยู่ที่เท่าใดนั้นต้องรอผลในปีหน้า เพราะจีดีพีของจังหวัดจะออกมาช้ากว่าจีดีพีของประเทศ ที่ออกเป็นรายไตรมาสหรือทุก 3 เดือน ซึ่งหลังจากที่กระแสละครบุพเพสันนิวาสได้รับความนิยมและช่วยสร้างให้เศรษฐกิจมีเม็ดเงินสะพัดมากขึ้น ต่อไปอาจจะมีละครย้อนยุคที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของพื้นที่ในจังหวัดอื่นขยายตัวดีขึ้น เช่น บุพเพสุโขทัย ก็จะทำให้คนสนใจเรื่องหลักศิลาจารึก และไปท่องเที่ยว จ.สุโขทัยมากขึ้น เป็นต้น พร้อมกันนี้ทาง สศช.ยังได้จัดเสวนาภายในองค์กร หัวข้อเรื่อง เหตุบ้านการเมืองในอโยธยาแลละโว้ในวันศุกร์ที่ 30 มี.ค.นี้ด้วย

นอกจากนี้ นายปรเมธีกล่าวด้วยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้แจกหนังสือจินดามณีให้ผู้เข้าร่วมประชุม ครม. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังให้แต่ละคนไปท่องจินดามณี ซึ่งเป็นแบบเรียนฉบับแรกของไทยมาคนละ 1 บทด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับหนังสือจินดามณี ที่นายกฯ กล่าวถึงนั้น กรมศิลปากร ได้จัดพิมพ์ขึ้นมาใหม่พร้อมจำหน่าย โดยจากการเปิดเผยของ น.ส.อรสา สายบัว ผอ.สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ว่าสืบเนื่องจากกระแสละคร “บุพเพสันนิวาส” ทำให้คนสนใจค้นคว้าประวัติศาสตร์และวรรณกรรมตามรอยละครดัง สำนักวรรณกรรมฯ จึงนำหนังสือจินดามณีฉบับพระโหราธิบดี มาจัดพิมพ์เผยแพร่ใหม่อีกครั้ง โดยจัดพิมพ์ปกแข็งจำนวน 1,000 เล่ม ราคาเล่มละ 130 บาท ส่วนปกอ่อนจำนวน 3,000 เล่ม ราคาเล่มละ 100 บาท จะวางจำหน่ายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ขณะนี้หนังสือพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว และนำมาวางจำหน่ายในงาน “107 ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร” ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เป็นวันแรกเมื่อ 25 มี.ค. ซึ่งได้รับความสนใจจากนักอ่านจำนวนมาก

ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ก็กล่าวถึงผลพวงจากกระแสละครบุพเพสันนิวาสที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเข้าชมโบราณสถานภายในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะวัดไชยวัฒนาราม มากขึ้น จึงขยายเวลาการเข้าชมโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม เป็นเวลา 08.00-21.00 น. ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.ว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาชมล้นทุบสถิติที่เคยมีมาถึง 15,736 คน ส่วนวันที่ 24 มี.ค. มีจำนวน 12,841 คน รวมเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้าชมวัดไชยฯ มากถึง 28,577 คน ขณะที่วันธรรมดามีผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่าวันละ 5,500 คน นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังขยายเวลาการเข้าชมบ้านวิชาเยนทร์ภายในพื้นที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จ.ลพบุรี ที่สร้างขึ้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพื่อรับรองราชทูตจากฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จนถึงเวลา 19.00 น. และเตรียมพัฒนาระบบเออาร์โค้ดนำชมบ้านวิชาเยนทร์เพื่อให้เหมือนภาพเสมือนจริงที่สุด คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้

“จากกระแสละครที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ประชาชนทุกกลุ่มวัยหันกลับมาให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรมชาติ ดังนั้น ตนจึงเห็นว่าควรใช้ โอกาสนี้ต่อยอดและเร่งเติมเต็มข้อมูลด้านประวัติศาสตร์จากละคร และจากการที่กรมศิลป์จัดกิจกรรมพาออเจ้าตามรอยละครบุพเพสันนิวาส ที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 17- 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้น ในวันที่ 7-8 เม.ย. จึงจัดโครงการตามรอย ละครต่อเนื่องที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จ.ลพบุรี อีกรอบ รวมทั้งจะจัดสัมมนาวิชาการเรื่อง ตามรอยต่อยอด “บุพเพสันนิวาส : ร่วมฟังประวัติศาสตร์วรรณกรรมอยุธยากับกรมศิลปากร” วันที่ 3 เม.ย.นี้ ที่ห้องดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. โดยตนจะปาฐกถาพิเศษเรื่อง ความสำคัญของการศึกษาและต่อยอดประวัติศาสตร์ไทย หลังจากนั้นมีการอภิปรายเรื่องภาษาและวรรณกรรมไทยสมัยอยุธยา ช่วงบ่ายอภิปรายเรื่องตามรอย “บุพเพสันนิวาส” : ราชสำนัก อยุธยากับการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ต่อด้วยการบรรยายเรื่องการศึกษาต่อยอดประวัติศาสตร์ในยุคไทยแลนด์ 4.0 อันสืบเนื่องจากละคร “บุพเพสันนิวาส” อีกด้วย” นายอนันต์กล่าว

ส่วนการฮิตแต่งชุดไทยย้อนยุคตามอย่างละครดังนั้น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และ วธ.พร้อมสนับสนุนให้ทุกฝ่ายรณรงค์สวมใส่ผ้าไทยทุกโอกาส ทุกสถานที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสวมใส่ได้ทุกวันก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี และเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการรณรงค์ วธ.จึงส่งหนังสือเวียนไปยังหน่วยงานในสังกัด ทั้งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด กรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรรมการศาสนา สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ตลอดจนหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง ได้แก่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร หอภาพยนตร์ และศูนย์คุณธรรม รวมถึงสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รณรงค์ให้บุคลากร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ แต่งกาย ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน จะใส่แบบไหนก็ได้ ทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าทอ ผ้าซิ่น ผ้าขาวม้า หรือ หม้อห้อม และหากหน่วยงานใดสามารถเชิญชวนคนสวมใส่ได้มากกว่านั้น ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก ในเรื่องนี้ตนอยากให้บุคลากรของกระทรวงเป็นต้นแบบใน การสร้างเอกลักษณ์ไทยแสดงออกด้วยการแต่งกายให้กับหน่วยงานอื่นๆ นอกจากนี้ ยังขอให้มีการเชิญชวนหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนหน่วยงานในท้องถิ่นร่วมแต่งกายผ้าไทยอย่างพร้อมเพรียงกันด้วย ซึ่งถ้าต่อจากนี้ไปคนไทยทุกภาคส่วนพร้อมใจกันแต่งกายผ้าไทย ซึ่งมีเอกลักษณ์ และความงด งามในแต่ละท้องถิ่นในทุกวันๆเพิ่มมากขึ้น ภาพที่ปรากฏจะสวยงามมากเพียงใด

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เริ่มมีคนแต่งชุดไทยออกมาใช้ชีวิตประจำวันกันแล้ว โดยเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่โรงเรียนหนองหานวิทยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ครูแต่งชุดไทยเลียนแบบละคร “บุพเพสันนิวาส” นั่งรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนในระดับ ม.ต้นและระดับ ม.ปลาย ระหว่างวันที่ 26-28 มี.ค. สร้างความสนใจให้กับนักเรียนและผู้ปกครองนำลูกหลานมาสมัครเข้าเรียนเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ นายธวัช บรรเลงรมย์ ผอ.โรงเรียนกล่าวว่า เพื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัยในช่วงนี้มีการฮือฮาละครเรื่องบุพเพสันนิวาส บุคลากรในโรงเรียนจึงได้ร่วมใจกันแต่งชุดไทยให้เข้ากับยุคสมัย ผู้ปกครองนักเรียนพบเห็นแล้วต่างพากันอมยิ้ม เมื่อเห็นคณะครูแต่งตัวเลียนแบบละครดัง ด้านนางนิอร บุญทน อายุ 35 ปี หนึ่งในผู้ปกครองที่พาบุตรสาวมาสมัครเรียน กล่าวว่า ตอนแรกที่เห็นตกใจนึกว่ามีงานเลี้ยงคงมาผิดงานแล้ว แต่เมื่อเห็นคณะครูมารับสมัครนักเรียนจึงเข้าใจ และมีความรู้สึกสบายตาดูแล้วเรียบร้อย สวยงาม แปลกตาทันสมัย เปลี่ยนจาก แนวเดิมๆที่ครูเป็นคนเชยๆทำให้ตนชอบมาก


ข่าวพาดหัว HOT NEWS คลิกที่นี่